• October 6, 2021

รู้ หรือ ไม่

รู้ หรือ ไม่

Know-รู้ หรือ ไม่ “ดาราพิลาส” ชื่อไทยตั้งตามลักษณะของดอกไม้ที่คล้ายดวงดาว ออกดอกในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว อ.เมือง จ.ระนอง

ดาราพิลาส หรือ Cute Star Flower มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า

เลเซียนธัส ระนองเกนซิส สินบำรุง (Lasianthus ranongensis Sinbumroong) & Napiroon

คำระบุชนิดตั้งให้เป็นเกียรติแก่ จ.ระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งพันธุกรรมของพืชดังกล่าว และให้เกียรติแก้ผู้ค้นพบ

การค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

ด้านชีววิทยาพืช PeerJ (Section Plant biology)

ของสหรัฐอเมริกา โดยส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากความร่วมมือในโครงการ Flora of Thailand

พืชชนิดนี้ทำการตั้งชื่อและเขียนคำบรรยายทางพฤกษศาสตร์

ตามกฎนานาชาติของการกำหนดชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช (ICN) โดย อ.ดร.ทิวธวัฒ นาพิรุณ

อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยมีนายอรุณ สินบำรุง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 สุราษฎร์ธานี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้สำรวจและเก็บตัวอย่างต้นแบบแรก

จากพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และนายมานพ ผู้พัฒน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หอพรรณไม้ กรมอุทยานฯ เป็นผู้ร่วมให้คำปรึกษาทางอนุกรมวิธาน

ดาราพิลาส เป็นหนึ่งในสมาชิกพืชสกุลกำลังเจ็ดช้างสาร วงศ์เข็มหรือวงศ์กาแฟ (Rubiaceae) หลายชนิดในสกุลนี้เป็นพืชป่าสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารสำคัญทางพฤกษเคมีที่มีความโดดเด่น เช่น สารสโคโปเลตินที่พบในปริมาณสูง

สำหรับชนิดที่พบเป็นชนิดใหม่นี้มีลักษณะดอกสวยงามคล้ายดวงดาว

ที่มี 6 หรือ 7 แฉกบานเปล่งประกายอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว

ฝั่งอันดามันของไทย หากพิจารณาจากจำนวนกลีบดอกตามหลักชีววิทยาของพืชหรือพฤกษศาสตร์ พืชชนิดนี้อาจดูผิดแผกจากลักษณะของจำนวนกลีบดอกที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ 4-5 กลีบดอก หรือเป็นทวีคูณของจำนวนดังกล่าวตามลักษณะพืชใบเลี้ยงคู่ทั่วไปที่อาจไม่พบอยู่ในหนังสือหรือตำรา แต่ปรากฏให้เห็นอยู่ในป่าเขตร้อนของไทย

พืชชนิดใหม่นี้มีลักษณะของส่วนสืบพันธุ์ที่แตกต่างจากชนิดใกล้เคียง

ภายในสกุลเดียวกันอย่างชัดเจน รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ของพืช

เช่น ลักษณะรูปใบ สิ่งปกคลุมพื้นผิวกลีบดอกแบบขนสายสร้อยลูกปัด

กลีบเลี้ยง ลักษณะรูปทรงหูใบ เป็นต้น ลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะที่มีการควบคุมโดยพันธุกรรม และบ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นชนิดได้เป็นอย่างดีในทางชีววิทยาวิวัฒนาการและพฤกษศาสตร์

ทั้งนี้ ผู้ศึกษาวิจัยมีแนวคิดร่วมมือกับผู้ดูแลพื้นที่ และหน่วยงานของกรมอุทยานฯ ในการพยายามช่วยเพิ่มจำนวน โดยอาจใช้เทคโนโลยีชีวภาพพืชเข้าไปส่งเสริม เนื่องจากพืชชนิดนี้มีขนาดกลุ่มประชากรขนาดเล็ก มีถิ่นอาศัยที่มีความจำเพาะ จึงอาจมีความเปราะบางหรือสุ่มเสี่ยงต่อการลดลงของจำนวนประชากรได้ รู้ หรือ ไม่ !!

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวKnow รู้หรือไม่ น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >>  jean-claude-idee  ขอบคุณที่รับชมนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *